ReadyPlanet.com
dot
dot
ผักสลัดต่างๆ
dot
bulletรวมมิตรผักสลัด
bulletรวมมิตรผักไทย/จีน
bulletกระเช้าใส่ผักไฮโดร
bulletวัสดุการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์
bulletรางไฮโดรโปนิกส์ระบบ NFT
bulletโรงเรือนไฮโดรโปนิกส์
dot
งานติดตั้งระบบไฮโดรโปนิกส์
dot
bulletงานติดตั้งทั่วไป
bulletงานติดตั้งผู้ประกอบการ
bulletงานติดตั้งโรงเรียนต่างๆ
bulletงานติดตั้งองค์กรหน่วยรัฐบาล
โปรโมชั่น ไฮโดรโปนิกส์




ประวัติระบบไฮโดรโปนิกส์

ประวัติการปลูกพืชไร้ดิน

     การปลูกพืชไร้ดิน(hydropoincs) การปลูกพืชในระบบไฮโดรโพนิกส์
เข้ามาสู่ประเทศไทยเมื่อประมาณ
10 ปีมาแล้ว โดยชาวไต้หวัน นำเข้ามา
แนะนำให้ผู้ประกอบการคนไทยทำเป็นการค้าที่เรียกว่า "ผักลอยฟ้า"
ไฮโดรโพนิกส์ เข้ามามีบทบาทเพื่อแก้ปัญหาของการปลูกพืชในดิน
ซึ่งมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและวัชพืช รวมทั้งเชื้อโรคพืชที่อาศัยอยู่
ในดิน ทำให้เกิดสารพิษตกค้างในผลผลิตเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
และตัวเกษตรกรผู้ปลูก นอกจากนี้การปลูกพืชในดินยังต้องใช้น้ำมาก
ถ้าปราศจากแหล่งน้ำก็ก่อให้เกิดปัญหาในการเพาะปลูกอีกการปลูกพืช
ในดินต้องมีการเตรียมดิน ปรับสภาพดิน และต้องใช้ปุ๋ยเคมีสูตรต่างๆ
ตามอายุพืช "ไฮโดรโพนิกส์" จึงเป็นระบบการปลูกพืชที่เข้ามาแก้ปัญหา
ดังกล่าว แต่ทั้งนี้ไฮโดรโพนิกส์ก็เหมาะสมสำหรับพืชบางชนิดเท่านั้น
ไฮโดรโพนิกส์ เป็นการปลูกพืชไร้ดิน ในรูปแบบของการปลูกพืช ให้รากพืชแช่อยู่ในน้ำหรือสารละลายธาตุอาหารพืช

เทคโนโลยีการเกษตร การปลูกพืชไร้ดิน
       การปลูกผักอนามัยในสารละลายธาตุอาหารว่า การปลูกผัก
โดยไม่ใช้ดิน หรือ
Soilless culture เป็นการปลูกผักโดยให้รากอยู่ใน
วัสดุปลูกที่ไม่ใช่ดิน ได้แก่
                 - การปลูกให้รากแช่อยู่ในน้ำ (water culture หรือ hydroponics)
                 - ปลูกให้รากอยู่ในอากาศ (aeroponics)
                 
- ปลูกให้รากอยู่ในวัสดุปลูกอื่น ๆ (substrate culture)
                 ได้แก่ วัสดุอินทรีย์ เช่น ขุยมะพร้าว ขี้เถ้าแกลบ ขี้เลื่อย
                 วัสดุผสมต่าง ๆ และวัสดุอนินทรีย์ เช่น ทราย กรวด
                 ฟองน้ำ ใยหิน (
rock wool) เพอไลท์ (perlite)
                 และเวอร์มิคูไลท์ (vermiculite) เป็นต้น
       ซึ่งการปลูกในวัสดุปลูกที่ไม่ใช่ดินเหล่านี้ ต้องให้สารละลายธาตุ
อาหารแก่พืชอย่างพอเหมาะและต่อเนื่อง จึงจะทำให้พืชเจริญเติบโต
การปลูกผักในลักษณะนี้ ถือเป็นการปลูกพืชแบบไร้ดิน (
Soilless culture)
อีกวิธีหนึ่ง การปลูกพืชในสารละลายธาตุอาหารพืชมีหลายวิธี แต่ละวิธี
มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน วิธีที่ง่ายและสะดวกเป็นที่นิยมกันมี
2 วิธี คือ

- การปลูกพืชในสารละลายแบบไม่ไหลเวียน เป็นการปลูกแบบ
ให้รากแช่อยู่ในสารละลายธาตุอาหารที่มีเครื่องพ่นอากาศ
เป่าอากาศลงในสารละลายนั้น การปลูกในระบบนี้เป็นวิธี
ที่ทำได้ง่ายมาก เหมาะสำหรับปลูกในครัวเรือน เป็นงานอดิเรก
หรือเป็นงานทดลองภาชนะที่ปลูก อาจจะเป็นภาชนะเดี่ยว
หรือเป็นกระบะรวม การปลูกในภาชนะเดี่ยว
มีข้อดี คือ ไม่ต้องเสี่ยงกับความเสียหายทั้งหมด ในกรณีที่มี
โรคติดมากับรากพืชที่ปลูก ความเสียหายจะเกิดเฉพาะต้นที่เป็น
โรคเท่านั้นและการเคลื่อนย้ายภาชนะปลูกสามารถทำได้ง่าย  
แต่มีข้อเสีย คือ อาจต้องสิ้นเปลืองแรงงานมากกว่า

- การปลูกในสารละลายแบบไหลเวียน (Nutrient Flow
Tecnnique หรือ NFT) เป็นวิธีให้รากแช่อยู่ในสารละลาย
ที่ไหลเวียนภายในภาชนะปลูกรวม โดยใช้ปั๊มทำการผลักดัน
ให้สารละลายเกิดการไหลเวียน มี
2 แบบ คือ
แบบสารละลายไหลผ่านรากพืชเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ ตามความลาดชัน
ของรางปลูก (
Nutrient Flow Tecnnique) และระบบสารละลาย
ไหลผ่านรากพืชอย่างต่อเนื่อง (
Natrient Flow Tecnnique)
การปลูกในระบบนี้สารละลายธาตุอาหารที่ไหลผ่านรากพืช
จะไหลลงสู่ถังภาชนะบรรจุ แล้วถูกสูบด้วยปั้มน้ำขึ้นมาให้พืชได้ใช้ใหม่
โดยวิธีนี้จะสามารถใช้ประโยชน์จากสารละลายธาตุอาหารได้
อย่างมีประสิทธิภาพ การนำสารละลายธาตุอาหารกลับมาใช้ใหม่
จึงเป็นวิธีที่ประหยัด และไม่เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
จากสารละลายเหลือใช้ แต่ข้อเสียของระบบนี้คือ ถ้าเกิดโรคที่
ติดมากับรากพืช จะทำให้แพร่กระจายได้มากและรวดเร็ว
จากการที่รากแช่อยู่ในสารละลายเดียวกัน ซึ่งยากที่จะกำจัด
หรือรักษาให้หายได้ การแพร่ระบาดของโรคอย่างรุนแรง
ทำความเสียหายแก่พืชที่ปลูกไว้ทั้งหมด




ที่มาและความสำคัญ

ประโยชน์ผักไฮโดรโปนิกส์
ผลของการปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์



Copyright © 2012 All Rights Reserved.
ก.ชนาฟาร์มไฮโดรโพนิกส์ ที่อยู่ : เลขที่ 7/6 หมู่ 6 ซอยแก้วสมเด็จ ถนนเลียบคลองสาม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โทร 0865540117 0863760259 www.kchanafarm.com